วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

นวดหน้ากดจุดให้เจ้าบ่าวหน้าใสกิ๊ง


่อนวัน งาน ว่าที่เจ้าสาวควรหาโอกาสดูแลความหล่อให้คุณผู้ชายสุดเลิฟด้วยการนวดหน้ากดจุด โดยใช้ปลายนิ้วกดประมาณ5วินาทีตามแนวจุดฝังเข็มเพื่อกระตุ้นระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือด
ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ากระชับและรู้สึกสบายไปพร้อม ๆ กัน แนะนำให้ทำก่อนนอนจะได้หลับลึก ตื่นมาหน้ากิ๊งเลยทีเดียว จัดที่ทางด้วยการให้คุณสาว ๆ นั่งขัดสมาธิบนเตียง นำหมอนนุ่ม ๆ วางบนตัก แล้วให้เขานอนหนุนผ่อนคลาย


1.ใช้ปลายนิ้วโป้งทั้งสองข้างกดเบาๆตามแนวกลางศีรษะไล่จากด้านหน้าไปด้านหลังสลับไปมา
ที่เหลือลากเบา ๆบนหนังศีรษะ แล้วพักฝ่ามือไว้ด้านข้างศีรษะ ให้ความร้อนจากตัวคุณไหลสู่เขา


2.กดจุดกลางหน้าผากด้วยปลายนิ้วโป้งแล้วค่อยๆกดเป็นจังหวะไล่จากกลางหน้าผากไปยังด้านข้างจากนั้น
ใช้ปลายนิ้วโป้งกดบริเวณขมับทั้งสองข้า แล้วนวดคลึงเบา ๆ เป็นวงกลม


3.วางปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางบริเวณคิ้วรีดเบาๆตามแนวยาวของคิ้วตั้งแต่หัวคิ้วไปจนสุดปลายจากนั้นใช้ปลายนิ้วดัน หัวคิ้วทั้งสองเข้าหาตัว


4. ใช้ปลายนิ้วชี้ทั้ง 2 ข้างกลบบริเวณปีกจมูกด้สนบนเบา ๆ กดไล่ลงมาจนถึงแนวร่องสันจมูกทั้ง 2 ข้าง


5.ช้อนคางด้วยมือทั้งสองข้างกดคางด้วยปลายนิ้วโป้งบีบเบาๆเคลื่อนออกไปทางด้านข้างตามแนวขากรรไกร
จากนั้นใช้ปลายนิ้วนวดคลึงเบา ๆ เป็นวงกลมที่กระพุ้งแก้ม

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเสริมหล่ิอให้สุดที่รักของคุณได้ง่ายๆ แถมไม่ต้องไปเข้า สปา ให้เปลืองสตางค์อีกด้วย

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

5 ขั้นตอนดูแลว่าที่เจ้าบ่าวตั้งแต่หัวจรดเท้า




ะเป็นอย่างไรหากวันแต่งงานคุณดูสวยเด้งราวกับนางฟ้าแต่หนุ่มข้างกายกลับหน้าหมองไม่สดใสเพราะขาดการดูแลอย่างถูกวิธีีี ีีีีสาวๆทราบเช่นนี้แล้วควรหาเวลามาดูแลร่างกายมิสเตอร์ว่าที่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเสริมความหล่อให้เขาดูดีจะได้สวยหล่อไม่แพ้กัน

ขั้นที่ 1 ใบหน้า

โดยทั่วไปผิวหน้าของผู้ชายมักมีผิวมันและรูขุมขนกว้าง ควรเลือกซื้อสบู่ โฟม หรือเจลล้างหน้าสูตร Oil free หรือสูตรสำหรับผู้ชายมาให้เขาใช้ และอย่าลืมกำชับให้ทำความสะอาดหน้าอย่างน้อยวันละสองครั้ง เช้า-เย็น เพื่อชำระความสกปรก ช่วยลดการเกิดสิวหากผิวมันมากแนะนำให้เขาใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดทั่วผิวหน้าอีกครั้งเพื่อกำจัดความมันส่วนเกินและเซลล
์ผิวเก่าที่ยังคงตกค้างอยู่รวมทั้งช่วยกระชับ รูขุมขนให้ดูเล็กลงด้วย
หลังล้างหน้าควรทามอยส์เจอไรเซอร์ ทั่วใบหน้าและลำคอแต่ถ้า
กลัวเหนอะหนะเลือกเนื้อโลชั่นบางเบาหรือเนื้อเจล ช่วยให้สบายผิวหากแฟนหนุ่มของคุณเป็นนักกิจกรรม ตัวยงต้องใช้อำนาจแกมบังคับ
ให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า
SPFสูงๆก่อนออกจากบ้านเ พราะแสงยูวีทำร้ายทุกคนไม่ว่าเขาจะหล่อขั้นเทพแค่ไหน ที่สำคัญอย่าลืมหาวันว่าง
ทำสครับขัดผิวหน้าเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้ผิวเปล่งปลั่งหรือชวน มาส์กหน้าด้วยครีมเนื้อโคลน ช่วยทำความสะอาดผิวและ ดูดซับความมันส่วนเกินบริเวณผิวออกไปได้อย่างล้ำลึก

ขั้นที่ 2 หนวดเครา
ดูแลให้เขาได้รับการโกนหนวดอย่างเกลี้ยงเกลาโดย เลือกใช้ครีมโกนหนวดเนื้อเจลลื่น ๆ เย็นสบายผิว หรือครีมโกนหนวดเนื้อโฟมนุ่มเนียนผิวช่วยลดการระคายเคืองจากคมมีดทาบริเวณที่ต้องการจะโกนไว้สักครู่
เพื่อให้เส้นหนวดอ่อนตัวลง
เพื่อการโกนได้อย่างหมดจด ควรเปลี่ยนใบมีดหลังจากใช้ซ้ำประมาณ 3-4 ครั้ง ใช้ซ้ำจนใบมีดทื่อต้องออกแรงโกนหนักมืออาจเกิดบาดแผลให้แสบหน้าเปล่าๆเริ่มโกนตามแนวของเส้นขนจากจอนข้างแก้ม ไล่มาบริเวณเหนือริมฝีปากและใต้คางในระหว่างโกนให้จุ่มล้างใบมีดในน้ำอุ่นเป็นพักๆจากนั้นใช้น้ำเย็นจัดล้างหน้าหลายๆครั้งปิดท้าย ด้วยการลูบอาฟเตอร์เชฟที่ซึมสู่ชั้นผิวได้รวดเร็ว ช่วยให้สมานผิว ฆ่าเชื้อโรค ลดรอยแดงจากการอักเสบ ฟื้นฟูสภาพผิวให้เนียนเรียบพร้อมกลิ่นหอมสดชื่น แต่ถ้าเขามีผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ให้เลือกอาฟเตอร์เชฟที่ระบุว่า Alcohol-free

ขั้นที่ 3 ผม

ผู้ชายสมัยนี้นิยมใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมให้หล่อเฟี้ยวอยู่เสมอจึงควรสระผมทุกวันถนอมหนังศีรษะและเส้นผมไม่ให้
หลุดร่วงก่อนเวลาอันควรด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ชอบเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรงมาเป็นการใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆให้ทั่วศีรษะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนให้รากผมแข็งแรงแถมผ่อนคลายความเครียดไปในตัว
หากมีปัญหารังแคมารังควานจัดหาแชมพู
ขจัดรังแคมาใช้โดยด่วนเมื่อหายจากอาการแล้ว ให้สลับมาใช้แชมพูปกติเพื่อ ป้องกันการดื้อยาแต่ถ้ามีปัญหา ผมร่วงผมหงอกควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีทุกชนิดหันมาใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนจะดีกว่า

ว่าที่เจ้าบ่าวควรเข้าร้านทำผมซอยผมให้เข้าทรงก่อนวันงานประมาณ1อาทิตย์เพื่อไม่ให้ดูเด๋อจนหมดความมั่นใจ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมให้ถูกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นเจล เหมาะกับหนุ่มที่ต้องการผมแบบ Wet look มีให้เลือกระดับความแข็งได้ตามใจชอบ ส่วนสเปรย์ให้ผลคล้ายกับการใช้เจลแต่อาจต้องเชี่ยวชาญ ในการควบคุมทิศทางเวลาฉีดสเปรย์ให้ถูกจุดมูสมีฟองโฟมเนื้อนุ่มเหมาะกับหนุ่มผมค่อนข้างยาวหรือหยักศก
เมื่อใส่มูสแล้วควรใช้ไดร์เป่าจัดแต่งให้อยู่ทรงมากขึ้นแว๊กซ์หรือน้ำมันจัดแต่งทรงผมช่วยให้ทรงผมดูเป็น
ธรรมชาติและ เงางามหากใช้ในปริมาณมากเกินไปก็จะทำให้ผม มันเยิ้ม จับตัวเป็นก้อน ไม่น่ามอง


ขั้นที่ 4 ผิวกาย

สร้างนิสัยรักความสะอาดของหนุ่มข้างกายด้วยการชักชวนให้อาบน้ำเป็นประจำวันละสองครั้งหลังอาบน้ำให้ชโลม
มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อโลชั่นกลิ่นแมนๆสำหรับผู้ชายหากเขาชอบชวนคุณไปปีนเขาเดินป่าออกแดดเป็นประจำคุณควรจะแบ่งปัน
ครีมกันแดดให้คนข้างๆด้วยถ้าเขาบ่นว่าเหนอะหนะรำคาญใจให้เลือกครีมกันแดดชนิด
Waterbaseที่ซึมซาบเร็ว สบายตัวแต่วันไหนจะพาไปดำน้ำก็ให้พกครีมกันแดดที่ระบุว่าWaterproofหรือWaterResistantและเตือนให้เขาทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงถ้ารู้สึกว่าหนุ่มของคุณมีกลิ่นตัว อย่านิ่งเฉยไม่กล้าบอก รีบหาซื้อผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือ Deodorantที่มีส่วนผสมของสารยับยั้งกลิ่นและเหงื่อเช่นAntiperspirantไปให้เขาลองหรืออาจเปลี่ยนมาใช้สบู่ฆ่าเชื้อ
แบคทีเรียบนผิวหนังและลดการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นฉุนอย่างกระเทียมพริกไทยก็ช่วยลดการเกิดกลิ่นตัวได้หากอยาก
ให้คนข้างกายตัวหอมน่ากอดยิ่งขึ้น ลองเลือกซื้อน้ำหอมที่เข้ากับบุคลิกของเขา ถ้าเป็นหนุ่มมาดนิ่งแต่อบอุ่น ควรเลือกกลิ่นนุ่ม ๆ ไม่ฉุน ดูคลาสสิก ถ้าเป็นชายอารมณ์ดีขี้เล่นกลิ่นสดชื่นแบบธรรมชาติก็เหมาะดีหาก เป็นหนุ่มสปอร์ตชอบเล่นกีฬากลิ่นเย็นๆของน้ำหอมก็ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่าลืมว่าใครจะชอบกลิ่นไหนขึ้นอยู่กับ ความชื่นชอบของหนุ่มที่ชอบใช้กับสาวที่ชอบดม


ขั้นที่ 5 มือและเท้า
หาเวลาว่างจับเขาตัดเล็บหลังอาบน้ำเพราะความชื้นจะช่วยทำให้เล็บอ่อนนุ่มตัดแต่งได้ง่ายขึ้นก่อนนอนคุณสาว ๆอาจให้เขาหยิบยืมแฮนด์ครีมประจำตัวทาถูๆบำรุงฝ่ามือที่หยาบด้านให้นุ่มน่าสัมผัสเท้าก็เช่นกันว่าที่ศรีภรรยาก็ควรหมั่นตรวจสอบ
ว่าเขามีปัญหาส้นเท้าแตกหรือไม่ถ้ามีก็ให้ใช้แปรงขัดเท้าเวลาอาบน้ำเน้นเฉพาะส้นเท้าเป็นพิเศษและควรตัดเล็บเท้าให้เป็นเส้นตรง
อยู่เสมอหากตัดเป็นเส้นโค้งอาจเกิดปัญหาเล็บขบได้ง่ายส่วนหนุ่มออฟฟิศที่ต้องใส่ถุงเท้าและรองเท้าหนังตลอดทั้งวันอาจเจอปัญหา
กลิ่นเหม็นอับจากการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียก่อนใส่ถุงเท้าควรซับเท้าให้แห้งสนิทและโรยแป้งฝุ่นหรือหาซื้อถุงเท้าสำรองไว้หลาย ๆคู่ป้องกันการใส่ซ้ำถ้าเกิดคึกจะจับแฟนหนุ่มมาทำสปาเท้าแช่เท้าในน้ำอุ่นผสมเกลือชาเขียวดับกลิ่นก็ไม่ว่ากัน

บริการด้านงานแต่งงาน... คลิกที่นี่


วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทำไมต้องแต่งงาน Why We Wed?

ทำไมต้องแต่งงาน Why We Wed?


เคยสงสัยไหมว่าสารพัดพิธีกรรม ที่ต้องทำในงานแต่งงานนั้นทำไปเพื่ออะไร บางเรื่องก็มีเหตุผลละเอียดซับซ้อน อย่างคาดไม่ถึง หากคุณเข้าใจนัยยะ ที่แอบซ่อนอยู่ในการกระทำเหล่านั้น ทุกวินาทีในวันสำคัญของคุณ จะมีความหมายขึ้นอีกร้อยเท่าพันทวี

1. ทำไมชุดเจ้าสาวต้องเป็นสีขาว?
ก่อนปีค.ศ. 1840 ชุดเจ้าสาวเป็นเพียงชุดที่ดีที่สุด เท่าที่มีอยู่ และสีสันสำหรับชุดเจ้าสาว ล้วนต่างกันออกไป เช่น ในศตวรรษที่ 16-17 เจ้าสาววัยทีนนิยม สวมเจ้าสาวสีเขียวอ่อน สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ หากอายุเกิน 20 ปีมักใช้สีน้ำตาล และถ้าเป็นสาวแก่ อายุมากหน่อย อาจเป็นเจ้าสาวในชุดดำเลยก็ได้ มาถึงต้นศตวรรษที่ 18 มีแต่เจ้าสาวผู้ยากไร้เท่านั้น ที่สวมชุดแต่งงานสีขาว เป็นการประกาศทางอ้อม แก่สาธารณชนว่า ตัวเธอไม่มีสมบัติใดติดตัวแต่งงานเลย แต่แล้วสตรี ผู้พลิกโฉมหน้าใหม่ ให้กับชุดเจ้าสาวอันส่งผลกระทบ ไปทั่วโลกตราบจนปัจจุบัน คือควีนวิกตอเรียแห่งอังกฤษ ผู้เข้าพิธีอภิเษกสมรส กับเจ้าชายอัลเบิร์ตในปีค.ศ. 1840 ฉลองพระองค์ชุดแต่งงาน ตัดเย็บจากผ้าซาตินสีขาว ประดับด้วย ดอกส้มผลิบาน และราชินีผู้เป็นศิลปิน ทรงร่างแบบเวลด้วยพระองค์เอง (ทรงแหกกฎที่บังคับ ให้เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ต้องสวมชุดเจ้าสาวสีเงิน) งานนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ภาพเจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวงามสง่า กับพิธีแต่งงานในโบสถ์ ซึ่งสวยงามราวกับเทพนิยาย ได้กลายเป็นภาพที่สาวๆ ทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะเป็น ดังนั้น ตอบคำถามได้อีกข้อว่า

2. ทำไมชุดเจ้าสาวถึงต้องดูเหมือนชุดเจ้าหญิงในเทพนิยาย
สืบเนื่องมาจากภาพตราตรึงใจ (เหนือกาลเวลา) ในพิธีอภิเษกสมรสของควีนวิกตอเรีย ส่งให้ชุดแต่งงาน ในลุคเจ้าหญิง ยังคงฮิตไม่สร่าง ข้ามศตวรรษอย่างนี้ ข่าวดีสำหรับสาวน้อยสาวใหญ่ที่อยากแปลงกายเป็นเจ้าหญิงชั่วข้ามคืน เมื่อวอลท์ ดิสนีย์ ปิ๊งไอเดียให้ทีมดีไซเนอร์ออกแบบชุดแต่งงาน ตามคาแรคเตอร์ของอมตะการ์ตูนดัง ในสังกัด อาทิ ซินเดอเรลลา สโนไวท์ เจ้าหญิงนิทรา เงือกน้อยแอเรียล โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นต้น สนนราคาประมาณ 1,100 – 3,400 เหรียญ สหรัฐ!!! สาวไหนสนใจอยากครอบครองสักชุด อย่าลืมเช็กขนหน้าแข้งว่าที่สามีก่อนสอย

3. ทำไมต้องมีแหวนแต่งงาน
สมัยนี้แหวนหมั้น หรือแหวนแต่งงานเป็นหลักประกันของความรัก แต่สมัยก่อนนั้น เป็นการตีตราจองผู้หญิงว่า จะเป็นสมบัติของผู้ชาย บอกเป็นนัยว่าผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ

4. ทำไมต้องสวมแหวนนิ้วนางข้างซ้าย
เชื่อกันว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายมีเส้นเลือดดำที่ต่อตรงสู่หัวใจ ชื่อว่า vena amoris หรือ vein of love แต่ในบางประเทศ สวมแหวนที่นิ้วนางข้างขวา เช่น โคลอมเบีย เยอรมัน นอร์เวย์ เปรูโปแลนด์ รัสเซีย เซอร์เบีย สเปน เวนเนซูเอลา ฯลฯ แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละวัฒนธรรม

5. ทำไมต้องสวมเวล
สมัยนี้การสวมเวล เป็นเรื่องของความสวยงาม มากกว่าความเชื่อ อย่างคนสมัยก่อน ซึ่งเจ้าสาวสวมเวลคลุมหน้าไว้ เพื่อป้องกันปิศาจร้าย ไม่ให้มองเห็นความงามของเธอ และยังเป็นกุศโลบาย สำหรับการแต่งงานแบบคลุมถุงชน ซึ่งบ่าวสาวจะไม่ได้เห็นหน้ากัน จนกว่าเจ้าบ่าวจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก ถ้าหากว่าเจ้าสาวไม่งามดั่งเทพวีนัส ก็สายเกินแก้แล้วที่เจ้าบ่าวจะปฏิเสธ ในขณะที่ศาสตร์จิตวิทยาอธิบายว่า การซ่อนใบหน้าไว้ใต้ผ้าคลุม เป็นการเพิ่มความน่าเสน่หา ในตัวเจ้าสาวต่อเจ้าบ่าวยิ่งขึ้น

6. ทำไมต้องมีเพื่อนเจ้าสาว
ความเชื่อเรื่องปิศาจ (หรือผู้ร้าย) จะมาล่อลวงหญิงงาม ยังตามหลอกหลอน ความเชื่อของมนุษย์ไปเสียทุกงาน ในพิธีแต่งงาน จึงต้องมีเพื่อนเจ้าสาว เป็นตัวหลอกล่อให้ปิศาจงงเต้กว่า สาวสวยคนใดเป็นเจ้าสาวกันแน่ (ซึ่งเชื่อว่า ต้องสวยที่สุดในวันนั้น) เพื่อนเจ้าสาวต้องแต่งตัวสวยงาม แต่ต้องสวยน้อยกว่าเจ้าสาวด้วยนะ

7. ทำไมเค้กแต่งงานต้องเป็นชั้นๆ
ประเพณีของชาวแองโกล-แซ็กซอน มักหอบหิ้วขนมเค้กชิ้นจ้อย มาช่วยงานแต่งของเพื่อนบ้าน และมาถึงก็ วางซ้อนๆกัน พ่อครัวหัวใสชาวฝรั่งเศส เลยคิดทำขนมเค้กเป็นชั้นๆ เสียเลย

8. ทำไมต้องฮันนีมูน
ความหมายของการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ในยุคโบราณ มาจากการลักพาตัวหญิง ที่หมายปองไปซ่อนตั วและรอจนครอบครัว ฝ่ายผู้หญิงท้อจะตามหา คู่รักดักอุ้ม จึงค่อยออกมาจากที่ซ่อน มาจากเรียกพฤติกรรมนี้ในภาษานอซ (Norse) ของชาวนอร์เวย์ว่า “hjunottsmanathr” ซึ่งหมายถึงความสุขสำราญใจ แต่ตำนานแถบยุโรปเหนือว่ากันว่า คำว่า honeymoon เป็นคำเปรียบเปรย ชีวิตคู่ว่าขึ้นลงเหมือนพระจันทร์ และในช่วงเดือนแรกของการแต่งงานนั้น ย่อมหวานหยดกว่าช่วงอื่น เป็น month of honey

บางตำนานก็ว่า เป็นประเพณีที่ในเดือนแรก คู่แต่งงานต้องดื่มเหล้าน้ำผึ้ง เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของร่างกาย ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับ การไปเที่ยวเลย จนมาถึงศตวรรษที่ 19 หลังพิธีแต่งงาน ชนชั้นสูง ในยุโรป มักเดินทางไปเยี่ยมญาติ ที่ไม่ได้ร่วมงานแต่งตามเมือง หรือประเทศต่างๆ สุดท้ายแล้ว ช่วงเดือนแห่งวันชื่นคืนสุขนี้ หมายถึงการพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศของคู่แต่งงานนั่นเอง


บริการด้านงานแต่งงานทั้งหมด .. คลิกที่นี่

ผู้ติดตาม